ใบมะขามแขก มีสรรพคุณและประโยชน์ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? พร้อมข้อควรรู้ก่อนใช้

สรรพคุณและประโยชน์ของใบมะขามแขก

ใบมะขามแขก สมุนไพรโบราญที่อยู่คู่กับแพทย์แผนไทยมาอย่างช้านาน เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีสรรพคุณช่วยใช้บรรเทาอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี โดยสามารถใช้ได้ทั้งส่วนของใบ และ ฝัก ซึ่งจะมีวิธีการใช้อย่างไร? มีอันตรายกับร่างกายหรือไหม? ใช้ส่วนไหนได้บ้าง? และ มีประประโยชน์อะไรบ้าง? วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับสมุนไพรใบมะขามแขกแบบเจาะลึก ซึ่งจะมีข้อมูลอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย

ใบมะขามแขก คืออะไร?

ใบมะขามแขก (senna leaf) มีเรียกทางวิทยาศาสตร์ คือ Senna alexandrina Mill และ มีชื่อเรียก สามัญ Alexandria senna, Alexandrian senna, Indian senna, Tinnevelly senna เป็นพืชพื้นเมืองของอัฟริกาเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดที่เมืองโซมาลิแลนด์ ( Somaliland ) อาระเบีย เป็นสมุนไพรที่นิยมนำใบแห้งหรือฝักแห้งมาต้มเพื่อรับประทาน ไม่ว่าจะรับประทานแบบเดี่ยว หรือ ผสมร่วมกับสมุนไพรอื่น นอกจากนี้มะขามแขกยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนปัจจุบัน (ยาเม็ด) หรือยาพัฒนาจากสมุนไพร ในรูปแบบยาเม็ด ยาแคปซูล และ ยาชง อีกด้วย

ลักษณะของใบมะขามแขก เป็นอย่างไร?

ต้นมะขามแขกถือเป็นพืชล้มลุกที่ทนต้อสภาพอากาศ เพาะเลี้ยงง่าย มีลักษณะเฉพาะที่สามารถสังเกตได้ง่ายๆดังนี้
ต้นมะขามแขก จะมีลำต้นที่ไม่สูงมาก ความสูงของต้นจะอยู่ที่ประมาณ 0.5-1.5 เมตร จัดเป็นไม้พุ่มกิ่งก้านเรียวเล็กสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินที่ลักษณะร่อน ลำต้นเปลือกไม้มีสีน้ำตาลอ่อน ผิวขลุขละ แต่กิ่งอ่อนและ ปลายยอดจะมีสีเขียวสดผิวเรียบ

ใบมะขามแขก

มีลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยเป็นรูปวงรีปลายแหลม มีขนาดกว้างประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร โคนใบไม่สมมาตรกัน ใบแห้งมีสีเขียวอมน้ำตาล ขอบใบเรียบ และ มีขนนุ่มปกคลุมอยู่ ใบมีกลิ่นเหม็นเขียว มีรสเปรี้ยว นิยมนำมาใช้เป็นยาถ่าย มีสรรพคุณแก้อาการท้องผูก ใช้เป็นยาระบายท้อง ถ่ายพิษอุจจาระเป็นมูก ถ่ายน้ำเหลือง ลดไข้พิษไข้ รักษาโรคริดสีดวงทวาร (สำหรับการใช้ส่วนใบจะทำให้รู้สึกไม่สบายท้อง ปวดมวนท้อง มากกว่าการใช้)

ดอกมะขามแขก

ลักษณะดอกจะออกเป็นช่อยาวที่ออกตามซอกใบ กลีบดอกมีสีเหลืองสด จะมีกลีบที่รองดอกและกลีบดอกเกือบมีขนาดที่เท่ากันจำนวน 5 กลีบ (กลีบดอกค่อนข้างกลมและหลุดร่วงง่าย)

ฝักมะขามแขก(ผล)

มีลักษณะเป็นฝักเหมือนกับถั่วลันเตา แต่บางแบนกว่า โค้งงอเล็กน้อย กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7 เซนติเมตร ผลอ่อนจะมีสีเขียวเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ภายในฝักจะมีเมล็ดประมาณ 6 เมล็ด มีรสเปรี้ยว นิยมนำมาใช้แก้อาการท้องผูก ขับลมในลำไส้ ลดพิษไข้ รักษาโรคริดสีดวงทวาร

ใบมะขามแขก มีสรรพคุณอย่างไร?

ใบมะขามแขกมีสรรพคุณที่โดดเด่นในเรื่องของการใช้เป็นยาถ่าย เพราะใส่ส่วนของใบ และ ฝักมะขามแขกมีสารแอนธราคิวโนน (Anthraquinones) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ซึ่งฝักมะขามแขกมีคุณภาพดีกว่าใบ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูกอยู่บ่อย ๆ ผู้สูงอายุ คนที่เป็นโรคริดสีดวงทวาร นอกจากนี้ในใบมะขามแขกยังมีสารมีสาร Sennoside A และ Sennoside B ที่ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ทำให้ถ่ายท้องได้ง่าย และ เมื่อทำการถ่ายภาพลำไส้ใหญ่ด้วย MRI จะพบว่าลำไส้ใหญ่มีการเคลื่อนไหวเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นใบมะขามแขกจึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของตัวยาต่างๆที่เกี่ยวกับระบบการขับถ่าย และ ระบบลำไส้ เช่น โรคสีดวงทวารเป็นต้น

ประโยชน์ของใบมะขามแขก ช่วยเรื่องอะไร?

  1. ช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของลำไส้ (ใบ)
  2. ช่วยขับลมในลำไส้ (ใบ,ฝัก)
  3. ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร (ใบ,ฝัก)
  4. ใบใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ (ใบ)
  5. เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ท้องผูก (ใบ)
  6. แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ (ใบ)
  7. ช่วยขับพิษอุจจาระเป็นมูก (ใบ)
  8. ช่วยลดอาการบวมน้ำของร่างกาย (ใบ)
  9. ใบมะขามแขกช่วยทำให้อาเจียน (ใบ)
  10. ช่วยรักษาโรคบุรุษ (ใบ)
  11. ช่วยแก้อาการสะอึก (ใบ)
  12. ช่วยขับน้ำเหลือง (ใบ)
  13. ช่วยขับพิษไข้ (ใบ,ฝัก)
  14. ช่วยขับพิษเสมหะ (ใบ)

วิธีและปริมาณในการใช้ใบมะขามแขก

  1. สำหรับบรรเทาอาการท้องผูก ใช้ในปริมาณ 17.2-30 มิลลิกรัมต่อวัน (ขนาดสูงสุดที่รับประทานได้ คือ 68.8 มิลลิกรัมต่อวัน)
  2. สำหรับยาระบายมะขามแขกในรูปแบบเม็ดและแคปซูล แนะนำให้รับประทาน 2-4 เม็ด ก่อนนอน
  3. ส่วนในรูปแบบยาชง แนะนำให้รับประทานครั้งละ 2 กรัม ชงกับน้ำในปริมาณ 120-200 มิลลิลิตร ก่อนนอน
  4. ใช้แก้อาการท้องผูกใบแห้งวันละ 3-10 กรัม (1-2 กำมือ) ต้มกับน้ำดื่ม (หรือบดเป็นผงชงน้ำดื่ม)
  5. แก้อาการท้องผูกใช้ฝัก 4-5 ฝัก ต้มกับน้ำจำนวนพอเหมาะ ดื่มก่อนนอน
  6. สำหรับถ่ายพยาธิ ใบมะขามแขกหนัก 2 กรัม หรือ 2 หยิบมือ (ใช้10-15 ฝัก) ต้มกับน้ำในปริมาณ 1 แก้ว ใช้เวลา 5 นาที ใส่เกลือเล็กน้อยเพื่อให้ทานง่ายขึ้น หากใครดื่มแล้วเกิดอาการไซ้ท้อง(มีอาการไม่สบายท้อง มวนท้อง แก้ไขโดย ต้มรวมกับยาขับลม เช่น กระวาน กานพลู อบเชย
  7. สำหรับใช้ในการรักษาโรคริดสีดวง ในรูปแบบแคปซูลทานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ (หรือตามคำแนะนำของเภสัช) จะเห็นได้ว่าอาการที่เกิดจากโรคจะค่อยๆดีขึ้น

ใบมะขามแขก มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

สมุนไพรใบมะขามแขกมีการทำงานออกฤทธิ์ เป็นยาช่วยระบาย ทำให้ช่วยในการขับถ่ายดีขึ้น ช่วยลดการปัญหาอุจจาระเป็นก้อนแข็ง เหมาะสำหรับผู้เป็นโรคริดสีดวงทวาร โดยในมะขามแขกจะมีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ sennoside A และ sennoside B ซึ่งมีผลต่อระบบการขับถ่ายโดยตรง ช่วยให้ระบายได้ดีขึ้น ด้วยการทำงานของเอนไซม์จากแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ จะช่วยฟื้นฟูระบบการทำงานของลำไส้ ช่วยกระตุ้นให้ผนังลำไส้ใหญ่เกิดการการบีบตัวอย่างเป็นธรรมชาติ และ ช่วยยับยั้งการดูดน้ำกลับที่บริเวณลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้เกิดการขับถ่ายได้ง่ายขึ้น สามารถขับถ่ายได้เป็นปกติในทุกๆวันโดยไม่ต้องเบ่งแรงๆ (ก่อนการใช้ยาแนะนำของแพทย์เฉพาะทางหรือเภสัชเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย)

ใบมะขามแขกใช้แก้อาการริดสีดวงได้จริงไหม?

จากผลการวิจัยและมีการทดสอบการใช้สมุนไพรใบมะขามแขกในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการของโรคริดสีดวงทวารพบว่า คนไข้มีอาการดีขึ้น ขับถ่ายง่ายขึ้น ลดการโป่งพองของเส้นเลือดดำที่ปลายทวารได้ดี เนื่องจากมีการเป่งอุจจาระลดลง นอกจากนี้ยังพบว่าในใบและฝักของมะขามแขก มีสาร Anthraquinones (แอนทราควิโนน) มีการฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ขับลมในกระเพราะ ซึ่งเป็นอาการหลักของโรคริดสีดวง จากข้อมูลของเภสัชวิทยาใบมะขามแขก ช่วยในการขับถ่ายอุจจาระ ต้านเชื้อแบคทีเรีย และ ต่อต้านการก่อกลายพันธุ์ จึงนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบของยารักษาอาการของโรคริดสีดวง ที่ทานแล้วเห็นผลลัพธ์ได้จริง

ใบมะขามแขก มีผลข้างเคียงไหม?

สำหรับผู้ที่ใช้สมุนไพรใบมะขามแขกอาจมีอาการข้างเคียงทั่วไปที่สามารถพบได้บ่อย คือ

  • บางคนอาจมีอาการไซ้ท้องหรืออาการปวดมวนได้ท้อง ปวดเกร็งท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
  • สำหรับผู้ที่ทานยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้ เกิดอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลด เลือดมีภาวะเป็นกรดหรือด่าง การดูดซึมผิดปกติ
  • หากรับประทานติดต่อกันนานเกิน 1 สัปดาห์ เพราะ อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย จนสูญเสียน้ำและ เกลือแร่ในร่างกายมากเกินไป และ อาจทำให้ลำไส้ใหญ่ชินต่อยา จนส่งผลให้ไม่สามารถขับถ่ายได้เอง
  • หากใช้ใบปริมาณไม่เหมาะสม (ใช้ในปริมาณที่มากเกินไป) อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสียอย่างหนัก ปวดท้องบิด จากฤทธิ์ของยาได้

การแปรรูปของใบมะขามแขก ในยารักษาริดสีดวง

สำหรับใบมะขามแขกนิยมเอาไปอบ หรือ ตากแห้ง แล้วนำมาบดให้ละเอียด ใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญ ในการทำยารักษาริดสีดวงชนิดแคปซูล เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้ง่ายขึ้น พกพาได้อย่างสะดวก และ ได้รับตัวยาในปริมาณที่พอดีกับความต้องการของร่างกาย ซึ่งจะเห็นได้ว่ายารักษาโรคริดสีดวงทวารมักมีส่วนผสมของใบมะขามแขกอยู่เกือบทุกยี่ห้อ (ซึ่งปริมาณและส่วนประกอบอื่นๆจะขึ้นอยู่กับสูตรการปรุงยาของแต่ละยี่ห้อ)

ยาแคปซูลใบมะขามแขก ยี่ห้อไหนดี?

ยาแคปซูลใบมะขามแขรักษาริดสีดวงทวาร อันโดะ เป็นตำรับสูตรยาโบราณ เลือกใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการรักษาริดสีดวงได้จริง ควบคุมมาตรฐานการ โดยเภสัชกรแพทย์แผนไทยผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เห็นผลรวดเร็ว และ ชัดเจน ซึ่งนอกจากจะมีใบมะขามแขกเป็นส่วนประกอบสำคัญแล้ว ยังมีสมุนไพรรักษาริดสีดวงที่ถูกคัดสรรมา เป็นพิเศษอีกหลายชนิด เช่น

  • อัคคีทวาร สรรพคุณช่วยให้หัวริดสีดวงแห้ง ยุบ ฝ่อลง และช่วยลดอาการโปร่งพองของเส้นเลือดดำที่ปลายทวาร
  • โกฐกักกรา สรรพคุณช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยลดอาการเจ็บ ปวด อักเสบ ของอาการริดสีดวง และช่วยรักษาริดสีดวงให้หายขาดได้
  • เพชรสังฆาต สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการอักเสบ ลดอาการเลือดดำคั่ง ทำให้หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักหดตัว ทำให้ระบบโลหิตไหลเวียนสะดวกขึ้น และ รักษาโรคริดสีดวงทวารทั้งภายนอกและภายใน แก้ริดสีดวงทวารทั้งชนิดกลีบมะไฟและเดือยไก่
  • ใบมะกา มีสรรพคุณช่วยระบบย่อยได้ดี ยาสมานลำไส้ ขับลม ช่วยระบายได้ดี

อันโดะเป็นยารักษาริดสีดวงที่คัดสรรสมุนไพรตัวเด็ด ที่มีสรรพคุณเป็นยารักษาริดสีดวงทวารโดยเฉพาะ เราเน้นเลือกสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องของระบบลำไส้ ดูแลที่ต้นเหตุทั้งระบบทำให้ตัวยาของเราสามารถรักษาโรคริดสีดวงให้ขายขาดได้ซึ่งสมุนไพรจะถูกบรรจุอยู่ในรูปแบบแคปซูลใส เพื่อให้เห็นตัวยาชัดเจน ตัวแคปซูลสะอาดได้รับการฆ่าเชื้อก่อนบรรจุทุกเม็ด ได้มาตราฐาน ตามหลักขององค์การอาหารและยา สะอาด ปลอดภัย

ข้อควรระวังในการใช้ใบมะขามแขก

  • สตรีมีครรภ์ หรือ ให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน
  • หยุดใช้ยาทันทีเมื่อมีเลือดออกจากทวารหนัก
  • ไม่ควรใช้ยาในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
  • ควรระมัดระวังการใช้ยาในผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (inflammatory bowel disease) ควรได้รับคำปรึกษาหรือดูแลอย่างใกล้ชิด
  • ห้ามใช้ยาระบายมะขามแขกในผู้ที่มีภาวะทางเดินอาหารอุดตัน หรือ ปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ไม่ควรใช้มะขามแขกร่วมกับยาต้านฮีสตามีนซึ่งเป็นยาแก้แพ้ เพราะอาจจะทำให้ฤทธิ์การเป็นยาระบายลดน้อยลง
  • การรับประทานยาในขนาดสูงอาจทำให้เกิดไตอักเสบ

สรุปส่งท้ายบท

ใบมะขามแขกเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย ให้ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูกบ่อยๆ และ ผู้ที่เป็นโรคริดสีดวง เพราะใบมะขามแขกจะช่วยให้สามารถขับถ่ายได้ง่าย โดยไม่ต้องเบ่งอุจจาระแรงๆ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยลดระยะเวลาในการนั่งถ่าย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคได้อีกด้วย อีกทั้งใบมะขามแขกยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนปัจจุบันในรูปแบบเม็ด และ แคปซูล (ก่อนการใช้ยาควรได้รับคำแนะนำอย่างละเอียดจาก แพทย์ หรือ เภสัชชกร)

Similar Posts